ขอเชิญร่วมลงชื่อสมัครเป็นสมาชิก

      เพื่อรับข่าวสาร ร่วมกิจกรรม และสมทบทุนบริจาค ร่วมซื้ออุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานและอุปกรณ์ช่วยมวลชนสัมพันธ์ มอบให้กับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อใช้ในภารกิจสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ หรืออาสาช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ กรุณาลงชื่อและอีเมลล์ที่ติดต่อกลับด้วยนะคะ

     ขอบคุณค่ะ

    

 

ขอเชิญร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานและอุปกรณ์ช่วยมวลชนสัมพันธ์ และสิ่งของอื่นๆ มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อใช้ในภารกิจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ  ร่วมแบ่งเบาภาระในการปฎิบัติหน้าที่และเสริมสร้างกำลังใจให้แก่นักรบของชาติในยามที่พวกเขายังมีลมหายใจอยู่

 

นอกจากนั้นเรายังช่วยกันส่งกำลังใจโดยการเขียนโปสการ์ด หรือจดหมาย เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นรู้ว่าพวกเราไม่เคยลืม  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับน้ำใจอันยิ่งใหญ่ในฐานะ คนไทย ที่เป็นห่วงบ้านเมืองเฉกเช่นตำรวจผู้กล้าที่รักษาประเทศชาติแทนเรา เพราะในขณะที่เรานอนสบายอยู่ในห้องแอร์ พวกเขานอนอยู่ในเต็นท์กลางป่าท่ามกลางความตาย เรากินอิ่ม มีความสุข สนุกสนาน แต่พวกเขายอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินไทยไว้ให้เรา ขอขอบคุณแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ปฎิบัติราชการในจังหวัดสามชายแดนภาคใต้

 

        ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในธารน้ำใจครั้งนี้ด้วยกันกับโครงการสันติภาพชีวิต เปิดรับบริจาคตั้งแต่วันนี้  จนถึง 30 เมษายน 2553

                                      ชื่อบัญชี  โครงการสันติภาพชีวิต  
                                      เลขที่บัญชี 471-1-06527-5
                                      บัญชีออมทรัพย์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 
                                      สาขาย่อยโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น 
                                      ต่างประเทศ สามารถร่วมบริจาคได้ค่ะ
                                      SWIFT  :  AYUDTHBK
                                      A/C Name  :  Krong Karn Santipapchivit  



 

 

 

ข่าวสารโครงการ

posted on 21 Jul 2009 01:12 by baansantipaap
  

สวัสดีค่ะ สมาชิกโครงการสันติภาพชีวิต

 

       เนื่องจากตอนนี้ซอลกงซานได้รับช่วงทำภารกิจเพื่อชาติในครั้งนี้ให้สำเร็จจากผู้ที่จากไป จึงเป็นหัวเรือใหญ่ในการระดมทุน เพื่อซื้อเสื้อเกราะมอบให้กับทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในชื่อโครงการว่า โครงการสันติภาพชีวิต

              มีเป้าหมายว่า จะระดมทุนให้สามารถซื้อแผ่นเกราะที่ สามารถป้องกัน กระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตร (M.885) ปลย. M16  และ เฟรมเสื้อเกราะ จากร้าน ปารู ให้ได้สัก 50 ตัว (แต่ถ้าได้มากกว่านั้นก็ยิ่งดี) ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ชุดละประมาณ 2 หมื่นบาท  (ตามรูปที่อยู่ในเว็ปไซด์ของโครงการ)

               จึงอยากจะขอเชิญชวนเพื่อนๆ ผู้สนใจ ช่วยกันสมัครเป็นกรรมการสายเสื้อเกราะสายละ 5 พันบาท หรือ บริจาคตามกำลังศรัทธาของท่าน เพื่อเป็นการสนับสนุนทหารและตำรวจผู้เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ มา ณ โอกาสนี้  (หรือ ถ้าใครจะรับเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการระดมทุนเพื่อซื้อเสื้อเกราะสัก 1 ตัว ก็ยิ่งดีใหญ่)

คำบอกเล่าของคนใกล้ชิด
อรศรี งามวิทยาพงศ์ เรียบเรียงและบรรณาธิการ

 

ภาค ๒ รวมธรรมจากคำบอกเล่า

คอมพิวเตอร์กับพระนิพพาน

ระพรเทพ ฐิตปัญโญ พระเลขานุการของท่านอาจารย์พุทธทาส ผู้ดูแลงานจดหมาย เอกสาร หนังสือ ได้ไปกราบเรียนท่านอาจารย์ว่า จะขอนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งาน ท่านถามว่า เอามาทำอะไร เมื่อกราบเรียนท่านว่าจะเอามาพิมพ์งาน และโฆษณาสรรพคุณของคอมพิวเตอร์ว่า มันดีกว่าเครื่องพิมพ์ดีดทั่วไป เพราะพิมพ์แล้วไม่ผิดเลย หรือผิดก็แก้ไขง่ายมาก ท่านอาจารย์บอกว่า สมัยก่อนเขาก็พิมพ์ไม่ผิด ทำไมต้องเอาคอมพิวเตอร์ด้วย เมื่อขยายความกราบเรียนท่านอีกว่า คอมพิวเตอร์สามารถพิมพ์ได้เลย โดยไม่ต้องไปสนใจคำผิดคำถูก แล้วค่อยมาแก้ไขทีหลัง ท่านอาจารย์บอกว่า อย่างนั้นมันไม่ดี ทำให้คนเราไม่ได้ฝึกสติ ถ้าใช้เครื่องพิมพ์ดีดนี่ ท่านบอกเสมอว่ามันฝึกสติของผู้พิมพ์ ว่าพิมพ์อย่าให้มันผิด ซึ่งนั่นแหละคือการปฏิบัติธรรม พระพรเทพเล่าว่า "เวลาพิมพ์ดีดกับท่านอาจารย์นั้น อาตมาจะโดนว่าประจำ พิมพ์ ๆ ๆ ไป พอผิด ท่านว่าแล้ว ว่าขาดสติ คุณไม่ปฏิบัติธรรมเลย ไม่มีสติ (หัวเราะ) โดนว่าประจำเลย เพราะฉะนั้นพิมพ์งานกับท่านนี่ต้องไม่ผิดนะ ท่านจะบอกมาให้เราพิมพ์สด ๆ เลย จดหมายทุกฉบับพิมพ์กันแบบสด ๆ ท่านบอกแล้วเราก็พิมพ์ตาม ต้องใช้สติจริง ๆ แหละ"

          ท่านอาจารย์ยังคิดศัพท์ขึ้นมาเรียกคอมพิวเตอร์คำหนึ่ง มีอาจารย์ด้านคอมพิวเตอร์มาสวนโมกข์ได้ยินแล้ว ชอบใจมาก คนอื่นเรียกคอมพิวเตอร์ว่าสมองกล แต่ท่านอาจารย์เรียกว่า "ยักษ์ตาบอด" คือคอมพิวเตอร์มันมีพลังมหาศาลมากในการทำงาน เหมือนกับยักษ์ แต่มันตาบอด ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใส่อะไรให้ มันก็ทำตามนั้นหมด ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี มีวันหนึ่งซึ่งพระพรเทพเดินไปกับท่านอาจารย์ในตอนเช้า ขณะที่เดิน ๆ อยู่ ท่านนึกขึ้นมาแล้วถามว่า คอมพิวเตอร์นี่มันบอกนิพพานได้ไหม มันตอบได้ไหมว่า เกิดมาทำไม "อาตมาก็บอกท่านอาจารย์ว่า มันบอกไม่ได้ครับ แล้วแต่เราว่าจะใส่อะไรเข้าไปให้มัน ท่านก็บอกว่า เออ! แล้วถ้าคนใส่มันผิดล่ะ มันก็ต้องผิดไปด้วยสิ คือท่านเห็นว่า คอมพิวเตอร์มันไม่มีคำตอบเอง มันจึงเป็นเพียงเครื่องมือธรรมดาอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องมือที่อัศจรรย์อะไร ท่านก็เลยไม่ชอบ แต่ใครเอามาใช้ประโยชน์ก็แล้วแต่ ท่านไม่ว่า แต่ท่านเตือนให้รู้ ว่ามันตอบปัญหาชีวิตไม่ได้"